
สถานการณ์ราคาข้าวที่ทะยานสูงขึ้นจากตันละ 5-6 พันบาท เพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว อาจถือได้ว่าใครมีข้าวอยู่ในมือตอนนี้ก็เปรียบเหมือนกับมีทองคำอยู่กับตัว จึงเกิดปรากฏการณ์มีคนขโมยเกี่ยวข้าว
เป็นเหตุให้ชาวนาต้องมาอยู่ยามเฝ้านาข้าวของตนเอง หรือข่าวในหนังสือพิมพ์ที่ชาวนาฆ่าตัวตายเพราะถูกศัตรูพืชลงในนาที่กำลังจะเกี่ยว 40 ไร่ทำให้ไม่มีเงินไปใช้หนี้

การใช้ควายไถนา ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็นแล้วครับ
การที่จะได้ข้าวมาแต่ละเม็ดนั้นไม่ได้ทำง่ายๆ เริ่มตั้งแต่ขึ้นตอนการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าว การไถนา การหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อปลูกต้นกล้าข้าว หลังจากนั้นเมื่อต้นกล้าเติบโตได้ขนาดที่จะปักดำ ก็ต้องรอฟ้า ว่าจะให้ฝนตกลงในผืนใน ตรงกับเวลาที่ต้นกล้าเติบโตได้ขนาดหรือเปล่า เพราะไม่อย่างนั้นต้นกล้าก็เลยวัยที่ปักดำทำให้เสียโอกาส

ชาวนาถอนต้นกล้าเพื่อน้ำไปปักดำ (คนอิสานเรียกว่า : หลกกล้า)
ซึ่งถ้าปีไหนฟ้าฝนรุนแรงเกินไป น้ำท่วมนา จนไม่สามารถปักดำได้ก็ทำให้ชาวนา อดที่จะทำนา อาจจะต้องเข้าเมืองหางานอย่างอื่นทำเพื่อซื้อข้าวจากที่อื่นมากิน หากฟ้าฝนเป็นใจ ตกลงมาพอดีกับที่จะสามารถทำนาได้ก็จะทำการปรับพื้นที่ดิน สำหรับการปักดำ ต้นกล้า ก็คือการไถนานั่นเอง ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้ รถไถนาหรือที่เรียกว่าควายเหล็กนั่นเอง เดี๋ยวนี้ชาวนาที่ใช้ ควายจริงๆ ไถนาเริ่มหาได้ยากเพราะไม่ทันใจเหมือนควายเหล็ก แต่ความเองก็เป็นเพื่อนที่ดีของชาวนาเสมอมา เพราะมันไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย.
เมื่อไถนาเสร็จก็ปักดำ ขั้นตอนนี้แหละครับที่เรียกว่าหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน(โคลนด้วย) เพราะต้องก้มหน้าปักดำต้นกล้าลงในผืนนาที่เตรียมดินไว้ ผมเคยลองๆดูเหมือนกันนะครับไม่ได้ทำง่ายๆ การปักดำต้นกล้า หลายคนคนว่าเสียบต้นข้าวไว้ในดินแล้วก็เสร็จ แต่ผมลองแล้วมันลอย น้ำหมดเลยมันคงมีเทคนิคของชาวนาเหมือนกัน….

การปักดำต้นกล้าวข้าว ปักดำ (คนอิสานเรียกว่า : ดำนา)
ปักดำเสร็จก็ต้องคอยดูและใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหญ้า หรือแมลง โรคระบาด ต่างๆ ที่จะทำให้นาข้าวเสียหายซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงสำคัญที่จะทำให้ได้ผลผลิตที่ดีหรือไม่ดี.
หลังจากต้นข้าวเติบโต ตั้งท้อง จากทุ่งสีเขียวขจี ก็จะเป็นสีเป็นทุ่งสีทองช่างเป็นภาพที่สวยงาม และก็ได้เวลาเก็บเกี่ยว… ชาวนาบ้านเราเดี๋ยวนี้การเกี่ยวข้าวด้วยคนที่เรียกว่าลงแขกเกี่ยวข้าวเริ่มลดน้อยลงไปเนื่องจากมีเครื่องมือเข้ามาช่วยเช่นรถเกี่ยวข้าว แถมนวดข้าวให้ด้วย แต่ผมว่าการลงแขกเกี่ยวข้าวยังไงก็สนุกกว่า เป็นการอนุรักษ์ประเพณี ความเป็นไทย การทำนาแบบไทยๆ และก็แบบ ของมหาสารคาม เวลาไปทำนามันกินข้าวอร่อย ข้าวเหนียว ส้มตำ ปลาร้า สุดยอดเลยครับ.

เกี่ยวข้าว
ราคาข้าวที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้ ไม่ได้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาผู้ปลูกข้าวมีสภาพดีขึ้น แม้ว่าชาวนาในหลายพื้นที่ได้พยามดิ้นรนหาทางออกด้วยตนเองแล้วก็ตาม ฉะนั้นเราก็ลูกชาวนา อยากให้ทุกคนที่กินข้าว ได้นึกถึงความยากลำบากกว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดมาให้พวกเรา ๆ ท่านๆ ได้รับประทานกัน.
ดอกจาน หรือ ดอกทองกวาว พบได้แถบชานเมืองของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีดอกสีส้มมองดูสีสดใสซึ่งจะออกดอกช่วงหน้าแล้งระหว่างเดือนธันวาคม ถึงประมาณเดือนมีนาคม วันนี้มีโอกาสเว็บมาสเตอร์เองผ่านไปเลยเก็บภาพมาฝากครับ
ลักษณะทั่วไป
ดอกจานหรือทองกวาวเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงประมาณ 10–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปทรงไม่แน่นอน ส่วนใหญ่จะกลม หรือเป็นทรงกระบอก ใบประกอบมี 3 ใบ ขนาดไม่เท่ากัน ใบหนาและมีขน ใต้ใบสีเขียวอมเทา ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง คล้ายดอกถั่ว สีแสดแดงหรือเหลือง มีขน ออกดอก เดือนธันวาคม–มีนาคม ผลเป็นฝักแบน มีขนนุ่ม เมล็ด 1 เมล็ดอยู่ที่ปลายฝัก
| Flame of the forest, Bastard Teak, Bengal kinotree, Kino tree | |
| Butea monosperma | |
| วงศ์ | LEGUMINOSAE |
| ชื่ออื่น | กวาว ก๋าว (ภาคเหนือ), จอมทอง (ภาคใต้), จ้า (เขมร), ทองธรรมชาติ ทองพรหมชาติ ทองต้น (ภาคกลาง) ดอกจาน (อิสาน) |
| ดินร่วนซุย แสงแดดจัด | |
| อินเดีย | |
ภาพถ่ายจาก โทรศัพท์มือถือ อาจไม่ชัดเท่าไหร่ครับ.



หากจะตระเวนหาร้านส้มตำเพื่อจะได้กินส้มตำรสแซ็บในจังหวัดมหาสารคามก็คงหาไม่ยากนักเพราะส้มตำ ที่มหาสารคาม บ้านเรารสชาติ อร่อยเกือบทุกเจ้าแต่จะต่างกันที่ส่วนผสมนิดหน่อยเรียกว่าสูตรใครก็สูตรใคร พอดีไปเจอร้านขายส้มตำและลูกชิ้นทอดเห็นมีลูกค้าในร้านเยอะพอสมควรก็เลยแวะเข้าไปดูว่าทำไมคนเยอะจัง คงจะอร่อยแน่เลย
พอไปดูเมนูในร้านนี่ น่าอร่อยทั้งนั้นเลยครับมีตำหลายอย่าง ไม่ว่า จะเป็น ส้มตำลาว, ตำแตง, ตำหอยนา , ตำหอยแครง , ตำซั่ว , ตำปู , ตำปูปลาร้า , ตำไข่เค็ม , ตำร้อยเอ็ด , ตำไทย , ตำโคราช , ตำป่า , ตำป่าทะเล , ตำป่าหอยนา , ตำป่าหอยแครง ตำขนมจีน ซึ่งเมนูตำแต่ละตำก็จะมีส่วนผสมที่ต่างกัน.. เรียกได้ว่าตำกันได้ทุกอย่างเลยล่ะครับ



นอกจากส้มตำแล้วก็ยังมีลูกชิ้นทอดน้ำจิ้มรสเด็ดอีกเป็นลูกชิ้นทอดเจ้าเก่าที่อยู่หลังมอเก่า ส่วนอาหารต่าง ๆ ที่ขอแนะนำท่านก็มีหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่าง น่องไก่ทอด ปลาทอด ปลาย่าง ซึ่งอาหารแต่ละอย่างรับรองได้ครับว่ารสชาติใช้ได้เลยทีเดียว หากได้ลองมาชิมแล้วจะต้องติดใจแน่ครับ ส่วนร้านตั้งอยู่ที่ไหนก็ไม่ใกล้ไม่ไกลครับ ร้าน ” หลังมอ” ตั้งอยู่ที่ทางเข้า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ขามเรียง) หรือทางเข้า มอ. ใหม่เรานี่เองยังไงหามาไม่ถูกลองดูในแผนที่หาไม่ยากครับอยู่ใกล้ ๆ กับ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และหากบอกว่ารู้จักร้านนี่จาก สารคาม ดอท คอม ก็น่าจะได้รับส่วนลดบ้าง…ยังไงลองไปชิมดูครับ

ราคาอาจจะมีเปลี่ยนแปลงตามราคาสินค้าที่ใช้เป็นส่วนผสมนะครับแต่รับรองว่าไม่แพงเกินไปหรอกครับ เทียบกับความอร่อย.
ร้านอยู่ตรงไหน ? หาไม่ยากครับ. หากไปจากตัวเมืองมหาสารคามก็ไป มอใหม่. ทางเข้ามอ ผ่านร้านร่มฉัตร อยู่ก่อนถึง เซเว่นอีเลฟเว่น นิดเดียวครับ.สังเกตหลังคาสีเขียว ๆ อยู่ฝั่งซ้ายมือ ชื่อร้าน “หลังมอ” ครับ
แผนที่เดินทางมาร้าน