
ทุก ๆ ครั้งที่กินข้าวไม่หมดทำให้เรานึกถึงคนทำนา ว่าต้องลำบากแค่ไหน เพราะตอนเป็นเด็กเราก็เคยทำนาเหมือนกัน เคยนั่งบนหลังควาย เคยช่วยที่บ้านปลูกข้าว (ดำนา) แต่ด้วยความสนุกสนานจึงไม่ได้คิดไรมากความสนุกสนาน ทำให้เราไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยแต่เห็นผู้ใหญ่ เขาทำก็ไม่ได้ทำเล่นๆ แบบพวกเด็ก ๆ ต้องก้ม ๆ หน้าทั้งวันนี่แหละที่เรียกว่า หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ลำบากแค่ไหนกว่าจะได้ข้าวให้พวกเรากินแต่ละเม็ด เวลามาทำงานเพื่อนก็ถามว่าเป็นคนที่ไหน ผมก็จะบอกว่า กทม. (กลางทุ่ง มหาสารคาม ) นี่เอง. ข้าวทุกเม็ดที่เหลือขอให้นึกถึงชาวนานะครับ.
เมืองมหาสารคาม ถือเป็นเมืองแห่งโบราณคดียาวนานมาหลายร้อยปี มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญหลายแห่ง ตลอดจนมีการพบพระบรมสารีริกธาตุที่มีอายุกว่า 1,500 ปี
ในปี พ.ศ.2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านกุดยางใหญ่ ขึ้นเป็นเมืองแยกจากจังหวัดร้อยเอ็ด ให้ท้าวมหาชัย (กวด ภวภูตานนท์) เป็นพระเจริญราชเดชเจ้าเมืองคนแรก และทรงพระราชทานชื่อเมืองอันเป็นมหามงคลนามว่า “มหาสารคาม” หมายถึง ถิ่นฐานที่อุดมสมบูรณ์ด้วยความดีงามทั้งปวง
มหาสารคาม ได้รับฉายาว่า ตักศิลาแห่งอีสาน เพราะเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสถาบันการศึกษาอยู่มากมายหลายแห่ง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชากรส่วนใหญ่ ทำการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และนอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม ผ้าส่วนใหญ่เป็นผ้าที่มีลวดลายดั้งเดิม และสวยงามมาก
Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!