อำเภอกันทรวิชัย เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเป้นพื้นที่ที่มีเศรษฐกิจดีซึ่งเป็นผลมาจากมีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ ที่ตำบลขามเรียง ในเขตอำเภอกันทระวิชัย ทำได้มีความเจริญ ต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ หอพัก ร้านอาหารต่างๆ ล้วนได้ผลประโยชน์จากนิสิต นักศึกษา

คำขวัญอำเภอ
กันทรวิชัยเมืองพระ สระบัวคู่บ้าน การเกษตรฟูเฟื่อง พลเมืองอยู่เป็นสุข
ที่ตั้ง
อำเภอกันทรวิชัย เป็นอำเภอหนึ่งในจำนวน 11 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ของจังหวัดมหาสารคาม
ที่ว่าการอำเภออยู่ห่างจากจังหวัดระยะทาง 16 กิโลเมตร โดยไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 213
มหาสารคาม-กาฬสินธุ์
พื้นที่
มีพื้นที่ทั้งหมด 412 ตารางกิโลเมตร เป็นเนื้อที่ในเขตเทศบาลตำบลโคกพระ 3.66 ตาราง
กิโลเมตร
อาณาเขต
ทิศเหนือ
ทิศใต้
ทิศตะวันออก
ทิศตะวันตก
ติดต่อกับ อำเภอยางตลาด อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์
ติดต่อกับ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
ติดต่อกับ อำเภอกลาไสย กิ่งอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์
ติดต่อกับ อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม
สภาพภูมิประเทศ
อำเภอกันทรวิชัย มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบไม่มีภูเขา บริเวณที่ตั้งของตัวเมืองกันทรวิชัย
เป็นที่ดอนสูงกว่าบริเวณอื่น ๆ และจะลาดเอียงลงไปทางทิศใต้ถึงบริเวณลุ่มน้ำชี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก
และเป็นอาณาเขตทางตอนใต้ มีความยาว 30 กิโลเมตร มีพื้นที่เป็นป่าโปร่ง คิดเป็นร้อยละ 10.85
สภาพภูมิอากาศ
อำเภอกันทรวิชัย มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุม อากาศแห้งแล้งในฤดูร้อน และฤดูหนาว
ในฤดูฝนมีฝนตกชุก อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส โดยจะแบ่งช่วงฤดูกาลในแต่ละเดือนได้ดังนี้ ฤดูร้อนอยู่ระหว่าง เดือนกุมภาพันธ์ -เดือนเมษายน
ฤดูฝนอยู่ใน ช่วงเดือนสิงหาคม -เดือนกันยายน
ฤดูหนาวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - เดือนมกราคม
การเมืองการปกครอง
จำนวนประชากร
- จำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 73,164 คน เป็นชาย 36,293 คน เป็นหญิง 36,871 คน
(ข้อมูลประชากร ณ เดือนธันวาคม 2545)
- ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 177.5 คน ต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร
- จำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 179 หมู่บ้าน
- จำนวนครัวเรือน 14,469 ครัวเรือน
มีส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาคจำนวน 14 หน่วยงาน ประกอบด้วย
1. ที่ทำการปกรองอำเภอกันทรวิชัย
2. สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกันทรวิชัย
3. สำนักงานที่ดินอำเภอกันทรวิชัยและสำนักงานที่ดินจังหวัดส่วนแยกกันทรวิชัย
4. สำนักงานเกษตรอำเภอกันทรวิชัย
5. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ
6. โรงพยาบาลอำเภอกันทรวิชัย
7. สำนักงานสหกรณ์อำเภอกันทรวิชัย
8. ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอกันทรวิชัย
9. หน่วยสัสดีอำเภอกันทรวิชัย
10. สถานีตำรวจภูธรอำเภอกันทรวิชัย มีสถานีตำรวจภูธร ตำบล 3 ตำบลดังนี้
1. สถานที่ตำรวจภูธรตำบลเขวาใหญ่
2. สถานีตำรวจภูธรตำบลนาสีนวน
3. สถานีตำรวจภูธรตำบลมะค่า
11. สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอ
อำเภอกันทรวิชัย มีส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลางโดยตรงแต่มีที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอ
มี 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย
1. โรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา 6 แห่ง
2. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
3. กลุ่มส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอำเภอกันทรวิชัย
4. สำนักงานสรรพากรอำเภอพื้นที่กันทรวิชัย มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ประกอบด้วย
1. เทศบาลตำบลโคกพระ มีพื้นที่ 3.66 ตารางกิโลเมตร
2. องค์การบริหารส่วนตำบล 10 แห่ง ประกอบด้วย
2.1 องค์การบริหารส่วนตำบลโคกพระ
2.2 องค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุข
2.3 องค์การบริหารส่วนตำบลนาสีนวน
2.4 องค์การบริหารส่วนตำบลขามเรียง
2.5 องค์การบริหารส่วนตำบลเขวาใหญ่
2.6 องค์การบริหารส่วนตำบลขามเฒ่าพัฒนา
2.7 องค์การบริหารส่วนตำบลมะค่า
2.8 องค์การบริหารส่วนตำบลท่าขอนยาง
2.9 องค์การบริหารส่วนตำบลกุดใส้จ่อ
2.10 องค์การบริหารส่วนตำบลคันธาราษฎร์ มีรัฐวิสาหกิจ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่
1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตส่วนภูมิภาคอำเภอกันทรวิชัย
2. สำนักงานไปรษณีย์โทรเลขอำเภอกันทรวิชัย
3. สำนักงานไปรษณีย์โทรเลขมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โครงสร้างพื้นฐาน
คมนาคม
1. ทางหลวงแผ่นดินสายสำคัญที่สามารถเชื่อมต่อจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 3 สาย ได้แก่
1. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 213 สายมหาสารคาม – กาฬสินธุ์ (ถีนานนท์)
2. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2188 สายกันทรวิชัย – เชียงยืน
3. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2203 สายบ้านคันธารราษฎร์ – บ้านมะค่า
2. ทางหลวงชนบท 7 สาย
3. ทางหลวงท้องถิ่น 144 สายการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ มีรายละเอียดดังนี้
1. โทรศัพท์จำนวน 358 เลขหมาย
2. ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข 2 แห่ง ได้แก่
2.1 ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขอำเภอกันทรวิชัย
2.2 ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
3. สำนักงานการไฟฟ้าภูมิภาค 1 แห่ง
4. บ่อน้ำบาดาล 165 บ่อ
5. บ่อน้ำตื้น 419 บ่อ
6. ฝายน้ำล้น 13 แห่ง
7. สระน้ำ หนอง คลอง บึง ห้วย 191 แห่ง
8. ไฟฟ้า 183 หมู่บ้าน
9. ประปา ประปาส่วนภูมิภาคจำนวน 1 แห่ง ประปาหมู่บ้าน 83 แห่ง
เศรษฐกิจ
อาชีพ
ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพมากกว่า 1 อาชีพ มีรายละเอียดดังนี้
1. ครัวเรือนประกอบอาชีพมากกว่า 1 อาชีพ 13,861 ครัวเรือน
2. ครัวเรือนประกอบอาชีพอย่างเดียว 601 ครัวเรือน
3. อาชีพทำนาอย่างเดียว 502 ครัวเรือน
4. อาชีพค้าขาย 16 ครัวเรือน
5. อาชีพรับจ้าง 78 ครัวเรือน
6. อาชีพอื่น ๆ อย่างเดียว 6 ครัวเรือน
การเกษตร
เกษตรกรอำเภอกันทรวิชัย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาเป็นส่วนใหญ่ รองลงมา ได้แก่
ทำไร่ ทำสวนผัก สวนยาง ปลูกไม้ยืนต้น การเกษตรแบบอื่น ๆ การทำเกษตรฤดูแล้ง และการเลี้ยงสัตว์
โดยมีรายละเอียดแต่ละอาชีพดังนี้
1. การทำนา
1.หมู่บ้านที่มีพื้นที่ทำนาทั้งหมด 184,030 ไร่
2.จำนวนครัวเรือนที่ทำนาทั้งหมด 15,802 ครัวเรือน
2. การทำไร่
ทำพืชไร่อายุสั้น
1. ครัวเรือนทำพืชไร่อายุสั้นทั้งหมด 270 ครัวเรือน
2. พื้นที่ทำพืชไร่อายุสั้น 460 ไร่ ทำพืชไร่อายุยาว
1. ครัวเรือนทำพืชไร่อายุยาวทุกชนิด 86 ครัวเรือน
2. พื้นที่ทำพืชไร่อายุยาว 1,175 ไร่
3. การทำสวนผัก
1. พื้นที่ทำสวนผักทั้งหมด 55 ไร่
2. จำนวนครัวเรือนที่ทำสวนผักทั้งหมด 65 ครัวเรือน
4. การทำสวนยาง
1. พื้นที่ทำสวนยางทั้งหมด 60 ไร่
2. ครัวเรือนทำสวนยาง 4 ครัวเรือน
5. การปลูกไม้ยืนต้น
1. พื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น 88 ไร่
2. ครัวเรือนปลูกไม้ยืนต้นเพื่อขาย 13 ครัวเรือน
6. การทำกิจการเกษตรอื่น ๆ
ครัวเรือนที่ทำกิจการเกษตรอื่น ๆ 91 ครัวเรือน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการรวมกลุ่มกัน
และมีวิทยากรที่เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดความรู้ให้มีรายละเอียดดังนี้
6.1 การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร
1. เป็นกิจกรรมประเภทกลุ่ม
2. วิทยากรเกษตรกร ชื่อ นางเอมอร นิตยวัน
3. สถานที่ติดต่อ บ้านเลขที่ 19 บ้านโนน หมู่ที่ 5 ตำบลคันธารราษฎร์
อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์ 0-4374-4218
4. ประเภทของจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีประเภทเป็นประเภทต่อยอด
ที่กลุ่มเกษตรกร กระทำสำเร็จสามารถเป็นตัวอย่างที่ดี
5. เนื้อหาสาระในการถ่ายทอดความรู้ เป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้
การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แชมพูจาก
ว่านหางจระเข้ น้ำยาล้างจาน และผงสมุนไพร
6. ระยะเวลาศึกษาดูงาน สามารถศึกษาได้ ตลอดปี
6.2 การเพาะเห็ดกระด้าง
1. เป็นกิจกรรมประเภทกลุ่ม
2. วิทยากรเกษตรกรชื่อ นายสา ทวีวรรณ
3. สถานที่ติดต่อ บ้านเลขที่ 115 บ้านโนนค้อ หมู่ที่ 6 ตำบลโคกพระ
อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์ 0-4374-4277
4. ประเภทของจุดถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นประเภทต่อยอด ที่กลุ่มเกษตรกร
กระทำสำเร็จ สามารถเป็นตัวอย่างที่ดี
5. เนื้อหาสาระในการถ่ายทอดความรู้ วิธีการเพาะ ส่วนผสมวัสดุเพาะเห็ด
การบรรจุถุง การนึ่ง การเขี่ยเชื้อเห็ด และการอบถุงเห็ดใช้โรงเรือนเกษตรกร จำนวน
33 ครัวเรือน จำนวนโรงเรือน 105 โรงเรือน
6. ระยะการศึกษาดูงานแบ่งเป็น 3 ช่วงดังนี้
ช่วงที่ 1 เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎาคม
ช่วงที่ 2 เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม
ช่วงที่ 3 เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม
6.3 น้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม จากหม่อน
1. เป็นกิจกรรมประเภทกลุ่ม
2. วิทยากรเป็นเกษตรกรชื่อ นางจวน เหล่ามูล
3. สถานที่ติดต่อ บ้านเลขที่ 93 บ้านโพธิ์มี หมู่ที่ 19 ตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย
จังหวัดมหาสารคาม
4. ประเภทของจุดถ่ายทอดเทคโนโลยี จัดเป็น ประเภทต่อยอดที่กลุ่มเกษตรกร
กระทำสำเร็จสามารถเป็นตัวอย่างที่ดี
5. เนื้อหาสาระในการถ่ายทอดความรู้ เป็นความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาแปลงหม่อน
พันธุ์แม่ลูกดก เพื่อนำผลหม่อนผลิตเป็นน้ำผลไม้ตามกรรมวิธีที่ถูกหลักสุขาภิบาล
6. ระยะเวลาศึกษาดูงานอยู่ในช่วง ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนของทุกปี
7. การทำเกษตรฤดูแล้ง
1. อำเภอกันทรวิชัย มีพื้นที่ทำเกษตรฤดูแล้งในหมู่บ้าน 538 ไร่
2. มีจำนวนครัวเรือนที่ทำเกษตรฤดูแล้ง 327 ครัวเรือน 8. การเลี้ยงสัตว์
ประเภทการเลี้ยงสัตว์
จำนวน (ครัวเรือน)
9. การประมง
1. ครัวเรือนที่ทำการประมงน้ำจืด 17 ครัวเรือน
2. เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด 100 ครัวเรือนอุตสาหกรรมในครัวเรือนและหัตถกรรม
อุตสาหกรรมในอำเภอกันทรวิชัย มีลักษณะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เป็นโรงงาน
เกี่ยวกับผลิตผลทางการเกษตร ได้แก่ โรงต้มเกลือและโรงสีข้าว 189 แห่ง โดยแบ่งเป็น โรงสีข้าว
ขนาดเล็ก 165 แห่ง โรงสีข้าวขนาดกลาง 24 แห่ง มีจำนวนครัวเรือนที่ประกอบอาชีพอุตสาหกรรม
ทั้งหมดจำนวน 1,425 ครัวเรือน
การพานิชย์
อำเภอกันทรวิชัย มี ธนาคาร 2 แห่ง ได้แก่
1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด
2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขากันทรวิชัยการบริการ
อำเภอกันทรวิชัย มีที่พักไว้บริการ นักท่องเที่ยวเป็นบังกะโล 1 แห่ง
ศาสนา
ประชากรอำเภอกันทรวิชัย นับถือศาสนาแตกต่างกันตามความเชื่อของแต่ละคน แต่
ประชากรส่วนใหญ่ยังคงนับถือศาสนาพุทธ เป็นส่วนใหญ่ รองลงมาเป็นศาสนาอิสลาม คริสต์
และอื่น ๆ โดยมีรายละเอียด ของจำนวนที่นับถือศาสนาต่าง ๆ ดังนี้
ศาสนา
จำนวน (คน )
การศึกษา
แบ่งประเภทสถานศึกษาในอำเภอกันทรวิชัย ได้ดังต่อไปนี้
ประเภทสถานศึกษา
จำนวน (แห่ง)
การสาธารณสุข
อำเภอกันทรวิชัย แบ่งสถานพยาบาลออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
ประเภทสถานพยาบาล
จำนวน ( แห่ง )
สุขภาพอนามัย
อำเภอกันทรวิชัย มีปัญหาผู้ป่วยที่เป็นโรคร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต 4 ประเภทดังนี้
1. เด็กแรกเกิดถึง 1 ปี ตาย 8 คน
2. มีคนป่วยเป็นโรคคางทูม 11 คน
3. มีคนป่วยเป็นโรคตับอักเสบชนิดบี 4 คน
4. มีคนป่วยเป็นโรคเอดส์ 7 คน
ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องความเจ็บป่วยแต่ ประชากรก็ยังมีการพัฒนาการสาธารณสุขในหมู่บ้าน
เพื่อสุขภาพที่ดีของประชากรโดย จัดให้มีสวัสดิภาพการรักษาพยาบาล แก่ประชากรจำนวน 31,484 คน
และนอกจากนี้ประชากรทุกครัวเรือนมีอัตราการใช้ส้วมราดน้ำคิดเป็นอัตรา 100 เปอร์เซ็นต์
สภาพแรงงาน
การอพยพแรงงานในอำเภอกันทรวิชัย มีการอพยพแรงงานทุกประเภท มีทั้งทำงานในประเทศ
นอกประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมที่แรงงานไปทำงานมีทั้ง อุตสาหกรรมโรงงาน การบริการ ประมง
รับจ้างช่างฝีมือ และอื่น ๆ มีรายละเอียดดังนี้
พื้นที่ที่อพยพไปทำงาน
จำนวน (หมู่บ้าน)
ยาเสพติด
ส่วนใหญ่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้เกือบทั้งหมด เนื่องจาการที่ได้รับนโยบายการปราบปราม
ยาเสพติด จากรัฐบาล และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากประชากรในทุกพื้นที่ ของอำเภอกันทรวิชัย
ซึ่งมีรายละเอียด การจับกุมและการรณรงค์เกี่ยวกับการต่อต้านยาเสพติดดังนี้
1. มีการจับกุมผู้กระทำผิด 24 หมู่บ้าน
2. มีการแจ้งผู้กระทำผิดสารเสพติด 51 หมู่บ้าน
3. รณรงค์ความรู้ด้านยาเสพติด 175 หมู่บ้าน
4. ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด 2 หมู่บ้าน
5. นำผู้ติดยาไปบำบัดรักษา 38 หมู่บ้าน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทรัพยากรป่าไม้
ทรัพยากรป่าไม้ที่สำคัญของอำเภอกันทรวิชัย ที่สำคัญมี 2 แห่ง ได้แก่
1. วนอุทยานแห่งชาติชีหลง
มีพื้นที่ 200 ไร่ มีสภาพเป็นป่าเบญจพรรณ มีต้นไม้ใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก อยู่ใน
ความดูแลของกรมป่าไม้
2. ป่าชุมชนบ้านหนองโก ตำบลโคกพระ
มีเนื้อที่ 500 ไร่
ทรัพยากรแร่ธาตุ
อำเภอกันทรวิชัย มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ คือ แร่เกลือหิน พบมากในบริเวณ
ตำบลโคกพระ
ดอกจาน หรือ ดอกทองกวาว พบได้แถบชานเมืองของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีดอกสีส้มมองดูสีสดใสซึ่งจะออกดอกช่วงหน้าแล้งระหว่างเดือนธันวาคม ถึงประมาณเดือนมีนาคม วันนี้มีโอกาสเว็บมาสเตอร์เองผ่านไปเลยเก็บภาพมาฝากครับ
ลักษณะทั่วไป
ดอกจานหรือทองกวาวเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงประมาณ 10–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปทรงไม่แน่นอน ส่วนใหญ่จะกลม หรือเป็นทรงกระบอก ใบประกอบมี 3 ใบ ขนาดไม่เท่ากัน ใบหนาและมีขน ใต้ใบสีเขียวอมเทา ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง คล้ายดอกถั่ว สีแสดแดงหรือเหลือง มีขน ออกดอก เดือนธันวาคม–มีนาคม ผลเป็นฝักแบน มีขนนุ่ม เมล็ด 1 เมล็ดอยู่ที่ปลายฝัก
| Flame of the forest, Bastard Teak, Bengal kinotree, Kino tree | |
| Butea monosperma | |
| วงศ์ | LEGUMINOSAE |
| ชื่ออื่น | กวาว ก๋าว (ภาคเหนือ), จอมทอง (ภาคใต้), จ้า (เขมร), ทองธรรมชาติ ทองพรหมชาติ ทองต้น (ภาคกลาง) ดอกจาน (อิสาน) |
| ดินร่วนซุย แสงแดดจัด | |
| อินเดีย | |
ภาพถ่ายจาก โทรศัพท์มือถือ อาจไม่ชัดเท่าไหร่ครับ.



วันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2551 นี้ ณ ศาลากลางเก่า.หลังจากที่สอบถามไปทางจังหวัดก็ได้คำตอบของเหตุที่ต้องเปลี่ยนชื่องาน จากทุกปี “บุญเบิกฟ้าและงานกาชาด” เป็น “งานกาชาด และมหกรรมกีฬาจังหวัดมหาสารคาม ”
เดิมจังหวัดมหาสารคาม ได้กำหนดให้มีการจัดงานประเพณีบุญเบิกฟ้าและกาชาดจังหวัดมหาสารคามขึ้น ในระหว่างวันที่ 1 - 10 กุมภาพันธ์ 2551 รวม 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม แต่เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนคริทร์ ได้สิ้นพระชนม์ และในช่วงเวลาจัดงานดังกล่าว ยังอยู่ในช่วงเวลาไว้ทุกข์ และประกอบกับสภากาชาดไทย แจ้งแนวทางปฏิบัติในการจัดงานกาชาดของหล่ากาชาดจังหวัด โดยให้งดเว้นการจัดกิจกรรมที่มีรูปแบบเป็นงานรื่นเริง/บันเทิง
ดังนั้น เพื่อเป็นการถวายอาลัยและให้การจัดงานกาชาดของเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวข้างต้น จังหวัดมหาสารคาม จึงงดเว้นจัดงานรื่นเริง/บันเทิง ในงานประเพณีบุญเบิกฟ้า และกาชาด ฯ และได้มีการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความเห็นว่า ควรเปลี่ยนแปลงชื่องานและกิจกรรมของงานให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป จึงได้เชิญประชุมคณะกรรมการจัดงาน ฯ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551 และที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่องานเป็น “งานกาชาดและมหรรมกีฬาจังหวัดมหาสารคาม” แทน
และถึงแม้จะเปลี่ยนชื่องานดังกล่าว จังหวัดก็ยังคงให้ความสำคัญในงานประเพณีบุญเบิกฟ้าอยู่เช่นเดิม โดยให้มีการจัดทำ สัตยาธฐาน เป็นการทดแทนคุณผืนแผ่นดิน ตาม “เบญจสัจสัญญา-มหาสารคาม” ในงานกาชาดและมหกรรมกีฬาจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2551 ในวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 เฉพาะอำเภอเมืองมหาสารคามให้จัดทำพิธีที่องค์พระประธานกันทรวิชัย บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม (หลังเก่า) ส่วนอำเภออื่นทุกอำเภอสให้จัดกิจกรรมดังกล่าวตามความเหมาะสม
จังหวัดมหาสารคาม ได้กำหนดให้มีการจัดงานกาชาด และมหกรรมกีฬาจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งทุก ๆ ปี เรียกงานบุญเบิกฟ้าและงานกาชาด ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมถึงมีการเปลี่ยนชื่อ แต่ผมว่างดกิจกรรมรื่นเริงก็น่าจะพอแต่ชื่อบุญเบิกฟ้าน่าจะคงไว้.
ช่วงเวลา วันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุก ๆ ปี (อยู่ระหว่างปลายเดือนมกราคม-ต้นเดือนกุมภาพันธ์)
ความสำคัญ
ประเพณีบุญเบิกฟ้า เป็นประเพณีของชาวมหาสารคามที่ประกอบขึ้นตามความเชื่อว่า เมื่อถึงวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกๆ ปี ฟ้าจะเริ่มไขประตูฝน โดยจะมีเสียงฟ้าร้อง และทิศที่ฟ้าร้องเป็นสัญญาณบ่งบอกตัวกำหนดปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาหล่อเลี้ยงการเกษตรในปีนั้น ๆ
ตำนานโบราณกล่าวถึงทิศที่ฟ้าร้องว่า
๑. ทิศบูรพา มีครุฑเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูน้ำ ถ้าฟ้าร้องทิศนี้ฝนจะดี ข้าวกล้าในนาจะอุดมสมบูรณ์ คนทั้งปวงจะได้ทำบุญให้ทานอย่างเต็มที่
๒. ทิศอาคเนย์ มีแมวเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูลม ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะน้อย นาแล้ง คนจะอดอยาก และเกิดโรคระบาด
๓. ทิศทักษิณ มีราชสีห์เป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูทอง ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะมาก น้ำจะท่วมข้าวกล้าในนาเสียหายถึงสองในห้าส่วน นาลุ่มเสีย นาดอนดี มีปูปลาอุดมสมบูรณ์
๔. ทิศหรดี มีเสือเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูตะกั่วหรือประตูชิน ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะดี น้ำงามพอเหมาะ ผลหมากรากไม้อุดม ปูปลามีมาก ข้าวกล้าบริบูรณ์ ผู้คนมีความสุข
๕. ทิศปัจจิม มีนาคเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูเหล็ก ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะแล้ง น้ำน้อย ข้าวกล้าในนาแห้งตาย เสียหายหนัก
๖. ทิศพายัพ มีหนูเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูหินถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะตกปานกลาง ข้าวกล้าได้ผลกึ่งหนึ่ง เสียหายกึ่งหนึ่ง ปูปลามีน้อย คนจักป่วยไข้
๗. ทิศอุดร มีช้างเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูเงิน ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ ฝนจะดี ข้าวกล้าในนางอกงามดี คนมีสุขทั่วหน้า
๘. ทิศอีสาน มีงัวเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูดิน ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ ฝนจะดีตลอดปี ข้าวกล้าในนาจะงอกงามสมบูรณ์ดี คนจะมีความสุขเกษมตลอดปีอย่างถ้วนหน้า
ด้วยความเชื่อตามตำนานดังกล่าว ชาวมหาสารคามจึงมีประเพณีบุญเบิกฟ้า (เดิมเรียกว่าบุญเบิกบ้าน) เพื่อขอพรจากแถน (เทพผู้เป็นใหญ่) ให้ไขประตูฟ้าทางทิศที่เป็นมงคล
อนึ่งในวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ จะมีปรากฏการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้น ๓ อย่างคือ
๑. กบไม่มีปาก คือจะมีแผ่นเยื่อเกิดขึ้นปิดรูกบเป็นอันว่าวันนั้นกบจำศีล ไม่ฆ่าสัตว์อื่น ๆ เป็นอาหาร
๒. นากไม่มีรูทวาร คือมีแผ่นเยื่อเกิดขึ้นปิดทวารหนักของตัวนาก เป็นอันว่านากจะไม่ขับถ่ายในวันนั้น เพราะไม่ได้กินอาหาร
๓. มะขามป้อมจะมีรสหวาน
พิธีกรรม
พิธีกรรมบุญเบิกฟ้า มี ๔ อย่างคือ
๑. จัดพิธีสู่ขวัญข้าว ชาวอีสานเรียกว่าทำบุญตุ้มปากเล้า
๒. หาบปุ๋ยคอก (ชาวอีสานเรียกว่าฝุ่น)ไปใส่ผืนนา
๓. ทำบุญเฮือน (ทำร่วมกับทำบุญปากเล้า)
๔. นำข้าวเปลือกเต็มกระบุงไปถวายวัด
มีลำดับขั้นตอนการทำพิธีต่าง ๆ ดังนี้
๑. พิธีสู่ขวัญข้าว เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระแม่โพสพ เพื่อความสบายใจในการซื้อขายข้าว และเพื่อให้การแบ่งปันข้าวแก่ญาติมิตรผู้มาร่วมพิธี
เครื่องบูชาหรือเครื่องคายในพิธีสู่ขวัญข้าว
๑. ใบคูน ๙ ใบ
๒. ใบยอ ๙ ใบ
๓. ขันหมากเบ็ง (พานบายศรี)ห้าชั้น ๒ ขัน
๔. กระทงใหญ่เก้าห้อง ใส่เครื่องบัดพลีต่าง ๆ มีหมากพลู บุหรี่ ข้าวตอก ดอกสามปีบ่เหี่ยว (บานไม่รู้โรย) ดอกรัก ถั่วงา อาหารคาวหวาน หมากไม้ เหล้าไห ไก่ตัว ไข่ไก่ ข้าวต้มมัด เผือก มัน มันแข็ง มันอ่อน มันนก ข้าวต้มใส่น้ำอ้อย
๕. ต้นกล้วย
๖. ต้นอ้อย
๗. ขัน ๕ ขัน ๘ (พานใส่ดอกไม้และเทียนจำนวนอย่างละ ๕ คู่และ ๘ คู่ ตามลำดับ)
๘. เทียนกิ่ง
๙. ธูป
๑๐. ประทีป
๑๑. แป้งหอม
๑๒. น้ำหอม
๑๓. พานใส่แหวน หวี กระจก
๑๔. เครื่องนอน มีสาดอ่อน (เสื่อ) หมอนลาย หมอนพิง แป้งน้ำ
๑๕. ฟักแฟง ฟักทอง กล้วยตานี กล้วยอีออง (กล้วยน้ำว้า)
๑๖. เงินคาย ๑ บาทกับ ๑ เฟื้อง
พิธีกรรม
๑. จัดเครื่องบูชาวางไว้บนกองข้าว ในยุ้งฉางข้าวมีผ้าขาวปูรองรับ โยงด้ายสายสิญจน์ จากเครื่องบูชานั้น โยงไปรอบยุ้งและไปยังเรือนเจ้าของยุ้ง
๒. หมอสูตรหรือเจ้าพิธีจะนุ่งขาวห่มขาวแบบพราหมณ์ ถือหนังสือใบลานก้อมเรื่องคำสูตรขวัญข้าวขึ้นไปที่ยุ้ง นั่งลงตรงหน้าเครื่องบูชา หันหน้าไปทางทิศที่เป็นมงคลประจำวัน ไหว้พระรัตนตรัย ป่าวสัคเคชุมนุมเทวดาแล้วอ่านคำสูตรขวัญข้าวจากหนังสือก้อม
๓. ในขณะที่หมอสูตรกำลังร่ายคำอยู่นั้น จะมีคน ๒ คน ยืนระวังอยู่ ๒ ข้างประตูยุ้งฉาง คอยส่งเสียงร้องเรียกขวัญข้าวเป็นระยะ ๆ สอดคล้องกับคำสูตรของหมอสูตร
๔. เมื่อหมอสูตรว่าคำสูตรจบลงเป็นอันเสร็จพิธี แต่เครื่องบูชาทั้งหลายให้วางไว้ที่เดิมอีก ๗ วัน เว้นแต่มีสิ่งใดที่เน่าบูดก็เก็บออกได้
๕. ห้ามทำการตักข้าวออกจากยุ้งฉางก่อนจะครบ ๗ วัน หลังจากทำพิธีสู่ขวัญข้าวแล้ว
๒. พิธีหาบฝุ่น(ปุ๋ยคอก)ใส่ผืนนา
เพื่อบำรุงดิน
พิธีการ
ในตอนเช้ามืดของวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ชาวนาจะต้องหาบปุ๋ยคอกจากกองมูลวัว มูลควาย ซึ่งมักอยู่ใต้ถุนเรือนของตน ทยอยออกไปใส่ผืนนา จนกระทั่งถึงเที่ยงวัน จึงหยุด เป็นการเริ่มต้นเอาฝุ่น (ปุ๋ยคอก) ใส่นาในปีนั้น
๓. พิธีทำบุญเฮือน
เพื่อนำสิริมงคลจากพระรัตนตรัยมาสู่ที่อยู่อาศัย
พิธีการ
ตอนเย็นนิมนต์พระภิกษุจำนวน ๕ หรือ ๙ รูป มาสวดมนต์เย็นที่บ้าน ตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นนิมนต์พระสงฆ์ชุดเดิมมาสวดมนต์เช้าที่บ้านแล้วทำบุญตักบาตรและถวายจังหันเช้า
๔. พิธีนำข้าวเปลือกเต็มกระบุงมาถวายวัด
เพื่อแสดงความเคารพศรัทธาต่อพระสงฆ์ เนื่องจากคนอีสานโบราณนั้นมีศรัทธาแรงกล้าต่อพุทธศาสนา เมื่อได้สิ่งที่ดี ๆ ต้องนำไปถวายพระก่อน สมัยก่อนในวัดทุกวัดจะมียุ้งฉางข้าว (เล้าข้าว) ปลูกไว้ด้วย เมื่อญาติโยมบริจาคข้าวเปลือกก็นำมาเก็บไว้ในยุ้งฉาง เอาไว้แจกทานต่อผู้ยากไร้ในโอกาสต่อไป
พิธีการ
เมื่อถึงวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี จะตรงกับช่วงที่ชาวนานำข้าวเปลือกมาสู่เล้าหรือยุ้งฉางเสร็จใหม่ ๆ ชาวอีสานมีข้อคะลำหรือขะลำ (ข้อควรระวังหรือข้อห้าม) เกี่ยวกับข้าวว่า
๑. ถ้ายังไม่ทำพิธีสู่ขวัญข้าวห้ามตักข้าวออกจากยุ้งฉาง ถ้าจำเป็นต้องใช้บริโภคต้องกันจำนวนหนึ่งไว้ต่างหาก
๒. ห้ามตักข้าวในยุ้งฉางในวันศีลน้อยใหญ่ (วัน ๗-๘ ค่ำ และวัน ๑๔-๑๕ ค่ำ ทั้งขึ้นและแรม)
๓. ก่อนตักข้าวทุกครั้ง ต้องนั่งลงยกมือขึ้นพนมแล้วกล่าวคาถาว่า “บุญข้าว บุญน้ำเอย กินอย่าให้บก จกอย่าให้ลง” แล้วจึงตักได้
ดังนั้น ในวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี จึงมีพิธีสู่ขวัญข้าว พิธีต้มปากเล้า พิธีเอาบุญเฮือน และตอนบ่าย ๆ ของวันนั้นจะนำข้าวเปลือกเต็มกระบุงไปถวายวัด แล้วจึงใช้ข้าวในยุ้งฉางเป็นประโยชน์ได้ตามอัธยาศัย
สาระ
ประเพณีบุญเบิกฟ้า มีประโยชน์ต่อวิถีชีวิตและจิตใจของเกษตรกรคือ
๑. เป็นการเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำการเกษตรได้ทันฤดูกาล เพราะเมื่อถึงเทศกาลบุญเบิกฟ้า พวกเขาย่อมได้ทำบุญให้เกิดขวัญและกำลังใจ ได้หาบปุ๋ยคอกบำรุงดิน แล้วเตรียมกาย เตรียมใจและเครื่องมือให้พร้อมที่จะทำนา
๒. เป็นผู้มีความเชื่อมั่นศรัทธาต่อพุทธศาสนา เพราะได้ทำบุญเป็นประจำทุกปี ทำให้รู้จักเสียสละไม่ตระหนี่ถี่เหนียว
๓. เป็นผู้มีความกตัญญูต่อผืนนา สิ่งแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ ตลอดจนเทพต่าง ๆ ที่เชื่อว่าเป็นผู้บันดาลฝนและธัญญาหารเช่น พญาแถน และพระแม่โพสพ เป็นต้น
๔. เป็นผู้รู้จักประหยัดเช่น รู้จักเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางอย่างมีระเบียบ แม้แต่จะ ตักออกก็ยังมีพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ช่วยเตือนสติไม่ให้ใช้ข้าวอย่างสุรุ่ยสุร่าย ดังคำสอนของสมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าที่ว่า “นตฺถิ ธญฺญสม ธน” แปลว่า “ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี