<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มหาสารคาม Mahasarakham สารคาม &#187; บุญเบิกฟ้า งานกาชาด</title>
	<atom:link href="http://www.sarakham.com/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.sarakham.com</link>
	<description>ข้อมูลจังหวัดมหาสารคาม ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารอร่อย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Feb 2012 01:00:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	
	<div id='fb-root'></div>
					<script>
						window.fbAsyncInit = function()
						{
							FB.init({appId: null, status: true, cookie: true, xfbml: true});
						};
						(function()
						{
							var e = document.createElement('script'); e.async = true;
							e.src = document.location.protocol + '//connect.facebook.net/th_TH/all.js';
							document.getElementById('fb-root').appendChild(e);
						}());
					</script>	
						<item>
		<title>บุญเบิกฟ้าและงานกาชาด</title>
		<link>http://www.sarakham.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.sarakham.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jan 2008 14:00:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทศกาลและงานประเพณี]]></category>
		<category><![CDATA[บุญเบิกฟ้า งานกาชาด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sarakham.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%ab/</guid>
		<description><![CDATA[ วันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2551 นี้ ณ ศาลากลางเก่า.หลังจากที่สอบถามไปทางจังหวัดก็ได้คำตอบของเหตุที่ต้องเปลี่ยนชื่องาน จากทุกปี &#8220;บุญเบิกฟ้าและงานกาชาด&#8221; เป็น &#8220;งานกาชาด และมหกรรมกีฬาจังหวัดมหาสารคาม &#8221; เดิมจังหวัดมหาสารคาม ได้กำหนดให้มีการจัดงานประเพณีบุญเบิกฟ้าและกาชาดจังหวัดมหาสารคามขึ้น ในระหว่างวันที่ 1 &#8211; 10 กุมภาพันธ์ 2551 รวม 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม แต่เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนคริทร์ ได้สิ้นพระชนม์ และในช่วงเวลาจัดงานดังกล่าว ยังอยู่ในช่วงเวลาไว้ทุกข์ และประกอบกับสภากาชาดไทย แจ้งแนวทางปฏิบัติในการจัดงานกาชาดของหล่ากาชาดจังหวัด โดยให้งดเว้นการจัดกิจกรรมที่มีรูปแบบเป็นงานรื่นเริง/บันเทิง ดังนั้น เพื่อเป็นการถวายอาลัยและให้การจัดงานกาชาดของเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวข้างต้น จังหวัดมหาสารคาม จึงงดเว้นจัดงานรื่นเริง/บันเทิง ในงานประเพณีบุญเบิกฟ้า และกาชาด ฯ และได้มีการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความเห็นว่า ควรเปลี่ยนแปลงชื่องานและกิจกรรมของงานให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป จึงได้เชิญประชุมคณะกรรมการจัดงาน ฯ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551 และที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่องานเป็น<a href="http://www.sarakham.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%ab/"> <br /><br /> (Read More...)</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> วันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2551 นี้ ณ ศาลากลางเก่า.หลังจากที่สอบถามไปทางจังหวัดก็ได้คำตอบของเหตุที่ต้องเปลี่ยนชื่องาน จากทุกปี &#8220;บุญเบิกฟ้าและงานกาชาด&#8221; เป็น &#8220;งานกาชาด และมหกรรมกีฬาจังหวัดมหาสารคาม &#8221;</p>
<p>เดิมจังหวัดมหาสารคาม ได้กำหนดให้มีการจัดงานประเพณีบุญเบิกฟ้าและกาชาดจังหวัดมหาสารคามขึ้น ในระหว่างวันที่ 1 &#8211; 10 กุมภาพันธ์ 2551 รวม 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม แต่เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนคริทร์ ได้สิ้นพระชนม์ และในช่วงเวลาจัดงานดังกล่าว ยังอยู่ในช่วงเวลาไว้ทุกข์ และประกอบกับสภากาชาดไทย แจ้งแนวทางปฏิบัติในการจัดงานกาชาดของหล่ากาชาดจังหวัด โดยให้งดเว้นการจัดกิจกรรมที่มีรูปแบบเป็นงานรื่นเริง/บันเทิง<br />
ดังนั้น เพื่อเป็นการถวายอาลัยและให้การจัดงานกาชาดของเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวข้างต้น จังหวัดมหาสารคาม จึงงดเว้นจัดงานรื่นเริง/บันเทิง ในงานประเพณีบุญเบิกฟ้า และกาชาด ฯ และได้มีการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความเห็นว่า ควรเปลี่ยนแปลงชื่องานและกิจกรรมของงานให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป จึงได้เชิญประชุมคณะกรรมการจัดงาน ฯ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551 และที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่องานเป็น &#8220;งานกาชาดและมหรรมกีฬาจังหวัดมหาสารคาม&#8221; แทน</p>
<p>และถึงแม้จะเปลี่ยนชื่องานดังกล่าว จังหวัดก็ยังคงให้ความสำคัญในงานประเพณีบุญเบิกฟ้าอยู่เช่นเดิม โดยให้มีการจัดทำ สัตยาธฐาน เป็นการทดแทนคุณผืนแผ่นดิน ตาม &#8220;เบญจสัจสัญญา-มหาสารคาม&#8221; ในงานกาชาดและมหกรรมกีฬาจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2551 ในวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 เฉพาะอำเภอเมืองมหาสารคามให้จัดทำพิธีที่องค์พระประธานกันทรวิชัย บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม (หลังเก่า) ส่วนอำเภออื่นทุกอำเภอสให้จัดกิจกรรมดังกล่าวตามความเหมาะสม</p>
<p><strong>จังหวัดมหาสารคาม</strong> ได้กำหนดให้มีการจัดงานกาชาด และมหกรรมกีฬาจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งทุก ๆ ปี เรียกงานบุญเบิกฟ้าและงานกาชาด ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมถึงมีการเปลี่ยนชื่อ แต่ผมว่างดกิจกรรมรื่นเริงก็น่าจะพอแต่ชื่อบุญเบิกฟ้าน่าจะคงไว้.</p>
<p>ช่วงเวลา วันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุก ๆ ปี (อยู่ระหว่างปลายเดือนมกราคม-ต้นเดือนกุมภาพันธ์)</p>
<p>ความสำคัญ<br />
ประเพณีบุญเบิกฟ้า เป็นประเพณีของชาวมหาสารคามที่ประกอบขึ้นตามความเชื่อว่า เมื่อถึงวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกๆ ปี ฟ้าจะเริ่มไขประตูฝน โดยจะมีเสียงฟ้าร้อง และทิศที่ฟ้าร้องเป็นสัญญาณบ่งบอกตัวกำหนดปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาหล่อเลี้ยงการเกษตรในปีนั้น ๆ<br />
ตำนานโบราณกล่าวถึงทิศที่ฟ้าร้องว่า<br />
๑. ทิศบูรพา มีครุฑเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูน้ำ ถ้าฟ้าร้องทิศนี้ฝนจะดี ข้าวกล้าในนาจะอุดมสมบูรณ์ คนทั้งปวงจะได้ทำบุญให้ทานอย่างเต็มที่<br />
๒. ทิศอาคเนย์ มีแมวเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูลม ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะน้อย นาแล้ง คนจะอดอยาก และเกิดโรคระบาด<br />
๓. ทิศทักษิณ มีราชสีห์เป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูทอง ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะมาก น้ำจะท่วมข้าวกล้าในนาเสียหายถึงสองในห้าส่วน นาลุ่มเสีย นาดอนดี มีปูปลาอุดมสมบูรณ์<br />
๔. ทิศหรดี มีเสือเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูตะกั่วหรือประตูชิน ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะดี น้ำงามพอเหมาะ ผลหมากรากไม้อุดม ปูปลามีมาก ข้าวกล้าบริบูรณ์ ผู้คนมีความสุข<br />
๕. ทิศปัจจิม มีนาคเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูเหล็ก ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะแล้ง น้ำน้อย ข้าวกล้าในนาแห้งตาย เสียหายหนัก<br />
๖. ทิศพายัพ มีหนูเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูหินถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ฝนจะตกปานกลาง ข้าวกล้าได้ผลกึ่งหนึ่ง เสียหายกึ่งหนึ่ง ปูปลามีน้อย คนจักป่วยไข้<br />
๗. ทิศอุดร มีช้างเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูเงิน ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ ฝนจะดี ข้าวกล้าในนางอกงามดี คนมีสุขทั่วหน้า<br />
๘. ทิศอีสาน มีงัวเป็นสัตว์ประจำทิศ เป็นทิศประตูดิน ถ้าฟ้าร้องทางทิศนี้ ฝนจะดีตลอดปี ข้าวกล้าในนาจะงอกงามสมบูรณ์ดี คนจะมีความสุขเกษมตลอดปีอย่างถ้วนหน้า<br />
ด้วยความเชื่อตามตำนานดังกล่าว ชาวมหาสารคามจึงมีประเพณีบุญเบิกฟ้า (เดิมเรียกว่าบุญเบิกบ้าน) เพื่อขอพรจากแถน (เทพผู้เป็นใหญ่) ให้ไขประตูฟ้าทางทิศที่เป็นมงคล<br />
อนึ่งในวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ จะมีปรากฏการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้น ๓ อย่างคือ<br />
๑. กบไม่มีปาก คือจะมีแผ่นเยื่อเกิดขึ้นปิดรูกบเป็นอันว่าวันนั้นกบจำศีล ไม่ฆ่าสัตว์อื่น ๆ เป็นอาหาร<br />
๒. นากไม่มีรูทวาร คือมีแผ่นเยื่อเกิดขึ้นปิดทวารหนักของตัวนาก เป็นอันว่านากจะไม่ขับถ่ายในวันนั้น เพราะไม่ได้กินอาหาร<br />
๓. มะขามป้อมจะมีรสหวาน</p>
<p>พิธีกรรม<br />
พิธีกรรมบุญเบิกฟ้า มี ๔ อย่างคือ<br />
๑. จัดพิธีสู่ขวัญข้าว ชาวอีสานเรียกว่าทำบุญตุ้มปากเล้า<br />
๒. หาบปุ๋ยคอก (ชาวอีสานเรียกว่าฝุ่น)ไปใส่ผืนนา<br />
๓. ทำบุญเฮือน (ทำร่วมกับทำบุญปากเล้า)<br />
๔. นำข้าวเปลือกเต็มกระบุงไปถวายวัด<br />
มีลำดับขั้นตอนการทำพิธีต่าง ๆ ดังนี้<br />
๑. พิธีสู่ขวัญข้าว เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระแม่โพสพ เพื่อความสบายใจในการซื้อขายข้าว และเพื่อให้การแบ่งปันข้าวแก่ญาติมิตรผู้มาร่วมพิธี<br />
เครื่องบูชาหรือเครื่องคายในพิธีสู่ขวัญข้าว<br />
๑. ใบคูน ๙ ใบ<br />
๒. ใบยอ ๙ ใบ<br />
๓. ขันหมากเบ็ง (พานบายศรี)ห้าชั้น ๒ ขัน<br />
๔. กระทงใหญ่เก้าห้อง ใส่เครื่องบัดพลีต่าง ๆ มีหมากพลู บุหรี่ ข้าวตอก ดอกสามปีบ่เหี่ยว (บานไม่รู้โรย) ดอกรัก ถั่วงา อาหารคาวหวาน หมากไม้ เหล้าไห ไก่ตัว ไข่ไก่ ข้าวต้มมัด เผือก มัน มันแข็ง มันอ่อน มันนก ข้าวต้มใส่น้ำอ้อย<br />
๕. ต้นกล้วย<br />
๖. ต้นอ้อย<br />
๗. ขัน ๕ ขัน ๘ (พานใส่ดอกไม้และเทียนจำนวนอย่างละ ๕ คู่และ ๘ คู่ ตามลำดับ)<br />
๘. เทียนกิ่ง<br />
๙. ธูป<br />
๑๐. ประทีป<br />
๑๑. แป้งหอม<br />
๑๒. น้ำหอม<br />
๑๓. พานใส่แหวน หวี กระจก<br />
๑๔. เครื่องนอน มีสาดอ่อน (เสื่อ) หมอนลาย หมอนพิง แป้งน้ำ<br />
๑๕. ฟักแฟง ฟักทอง กล้วยตานี กล้วยอีออง (กล้วยน้ำว้า)<br />
๑๖. เงินคาย ๑ บาทกับ ๑ เฟื้อง</p>
<p>พิธีกรรม<br />
๑. จัดเครื่องบูชาวางไว้บนกองข้าว ในยุ้งฉางข้าวมีผ้าขาวปูรองรับ โยงด้ายสายสิญจน์ จากเครื่องบูชานั้น โยงไปรอบยุ้งและไปยังเรือนเจ้าของยุ้ง<br />
๒. หมอสูตรหรือเจ้าพิธีจะนุ่งขาวห่มขาวแบบพราหมณ์ ถือหนังสือใบลานก้อมเรื่องคำสูตรขวัญข้าวขึ้นไปที่ยุ้ง นั่งลงตรงหน้าเครื่องบูชา หันหน้าไปทางทิศที่เป็นมงคลประจำวัน ไหว้พระรัตนตรัย ป่าวสัคเคชุมนุมเทวดาแล้วอ่านคำสูตรขวัญข้าวจากหนังสือก้อม<br />
๓. ในขณะที่หมอสูตรกำลังร่ายคำอยู่นั้น จะมีคน ๒ คน ยืนระวังอยู่ ๒ ข้างประตูยุ้งฉาง คอยส่งเสียงร้องเรียกขวัญข้าวเป็นระยะ ๆ สอดคล้องกับคำสูตรของหมอสูตร<br />
๔. เมื่อหมอสูตรว่าคำสูตรจบลงเป็นอันเสร็จพิธี แต่เครื่องบูชาทั้งหลายให้วางไว้ที่เดิมอีก ๗ วัน เว้นแต่มีสิ่งใดที่เน่าบูดก็เก็บออกได้<br />
๕. ห้ามทำการตักข้าวออกจากยุ้งฉางก่อนจะครบ ๗ วัน หลังจากทำพิธีสู่ขวัญข้าวแล้ว<br />
๒. พิธีหาบฝุ่น(ปุ๋ยคอก)ใส่ผืนนา<br />
เพื่อบำรุงดิน<br />
พิธีการ<br />
ในตอนเช้ามืดของวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ชาวนาจะต้องหาบปุ๋ยคอกจากกองมูลวัว มูลควาย ซึ่งมักอยู่ใต้ถุนเรือนของตน ทยอยออกไปใส่ผืนนา จนกระทั่งถึงเที่ยงวัน จึงหยุด เป็นการเริ่มต้นเอาฝุ่น (ปุ๋ยคอก) ใส่นาในปีนั้น<br />
๓. พิธีทำบุญเฮือน<br />
เพื่อนำสิริมงคลจากพระรัตนตรัยมาสู่ที่อยู่อาศัย<br />
พิธีการ<br />
ตอนเย็นนิมนต์พระภิกษุจำนวน ๕ หรือ ๙ รูป มาสวดมนต์เย็นที่บ้าน ตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นนิมนต์พระสงฆ์ชุดเดิมมาสวดมนต์เช้าที่บ้านแล้วทำบุญตักบาตรและถวายจังหันเช้า<br />
๔. พิธีนำข้าวเปลือกเต็มกระบุงมาถวายวัด<br />
เพื่อแสดงความเคารพศรัทธาต่อพระสงฆ์ เนื่องจากคนอีสานโบราณนั้นมีศรัทธาแรงกล้าต่อพุทธศาสนา เมื่อได้สิ่งที่ดี ๆ ต้องนำไปถวายพระก่อน สมัยก่อนในวัดทุกวัดจะมียุ้งฉางข้าว (เล้าข้าว) ปลูกไว้ด้วย เมื่อญาติโยมบริจาคข้าวเปลือกก็นำมาเก็บไว้ในยุ้งฉาง เอาไว้แจกทานต่อผู้ยากไร้ในโอกาสต่อไป<br />
พิธีการ<br />
เมื่อถึงวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี จะตรงกับช่วงที่ชาวนานำข้าวเปลือกมาสู่เล้าหรือยุ้งฉางเสร็จใหม่ ๆ ชาวอีสานมีข้อคะลำหรือขะลำ (ข้อควรระวังหรือข้อห้าม) เกี่ยวกับข้าวว่า<br />
๑. ถ้ายังไม่ทำพิธีสู่ขวัญข้าวห้ามตักข้าวออกจากยุ้งฉาง ถ้าจำเป็นต้องใช้บริโภคต้องกันจำนวนหนึ่งไว้ต่างหาก<br />
๒. ห้ามตักข้าวในยุ้งฉางในวันศีลน้อยใหญ่ (วัน ๗-๘ ค่ำ และวัน ๑๔-๑๕ ค่ำ ทั้งขึ้นและแรม)<br />
๓. ก่อนตักข้าวทุกครั้ง ต้องนั่งลงยกมือขึ้นพนมแล้วกล่าวคาถาว่า &#8220;บุญข้าว บุญน้ำเอย กินอย่าให้บก จกอย่าให้ลง&#8221; แล้วจึงตักได้<br />
ดังนั้น ในวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี จึงมีพิธีสู่ขวัญข้าว พิธีต้มปากเล้า พิธีเอาบุญเฮือน และตอนบ่าย ๆ ของวันนั้นจะนำข้าวเปลือกเต็มกระบุงไปถวายวัด แล้วจึงใช้ข้าวในยุ้งฉางเป็นประโยชน์ได้ตามอัธยาศัย</p>
<p>สาระ<br />
ประเพณีบุญเบิกฟ้า มีประโยชน์ต่อวิถีชีวิตและจิตใจของเกษตรกรคือ<br />
๑. เป็นการเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำการเกษตรได้ทันฤดูกาล เพราะเมื่อถึงเทศกาลบุญเบิกฟ้า พวกเขาย่อมได้ทำบุญให้เกิดขวัญและกำลังใจ ได้หาบปุ๋ยคอกบำรุงดิน แล้วเตรียมกาย เตรียมใจและเครื่องมือให้พร้อมที่จะทำนา<br />
๒. เป็นผู้มีความเชื่อมั่นศรัทธาต่อพุทธศาสนา เพราะได้ทำบุญเป็นประจำทุกปี ทำให้รู้จักเสียสละไม่ตระหนี่ถี่เหนียว<br />
๓. เป็นผู้มีความกตัญญูต่อผืนนา สิ่งแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ ตลอดจนเทพต่าง ๆ ที่เชื่อว่าเป็นผู้บันดาลฝนและธัญญาหารเช่น พญาแถน และพระแม่โพสพ เป็นต้น<br />
๔. เป็นผู้รู้จักประหยัดเช่น รู้จักเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางอย่างมีระเบียบ แม้แต่จะ ตักออกก็ยังมีพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ช่วยเตือนสติไม่ให้ใช้ข้าวอย่างสุรุ่ยสุร่าย ดังคำสอนของสมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าที่ว่า &#8220;นตฺถิ ธญฺญสม ธน&#8221; แปลว่า &#8220;ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี</p>
<div class='wpfblike' style='height: 40px;'><fb:like href='http://www.sarakham.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%ab/' layout='default' show_faces='true' width='400' action='like' colorscheme='light' /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sarakham.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

